ถาม ผมมีข้อข้องใจ ทำให้เกิดความสับสนการฝึกเจริญสติ อาจารย์ต่างๆท่านสอนว่า เมื่อฝึกสติปัฏฐานไปเรื่อยๆ สติจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นมหาสติคำว่ามหาสติคือสติที่รู้ติดต่อกันไปต่อเนื่องยาวนาน แบบแผ่วเบาเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพยายามสร้างขึ้นหรือความระลึกรู้ รู้สึกตัวที่เราต้องพยายามสร้างขึ้นเพื่อให้ชัดทุกปรากฏการณ์ มหาสติมีความหมายเชิงปริมาณหรือคุณภาพ หรือทั้งสองอย่างประกอบกันครับเพราะบางครั้งพยายามที่จะรู้ให้ชัดเสมอๆ มีความตั้งใจมากจนกลายเป็นเพ่ง เครียด แต่บางครั้งไม่ต้องพยายามหรือตั้งใจเท่าไร สติเกิดต่อเนื่องคล้ายธงที่ถูกลมสะบัดพลิ้วไหว สิ่งใดเกิดขึ้นก็รู้ไปเรื่อยแบบเป็นธรรมชาติ ขอความกรุณาท่านอาจารย์ช่วยกรุณาให้ความกระจ่างด้วยครับ
ตอบ ด้วยธรรมชาติของการที่มีสติอยู่เสมอ เมื่อเจริญสติให้มาก มันจึงถี่ขึ้นในทุกๆ อิริยาบถ ในทุกๆ ขณะจิตมากขึ้น และจริงๆ แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกำหนดว่านั่นคือระดับของมหาสติหรืออย่างไร หากครั้งหนึ่งเธอระงับอารมณ์ความโกรธ ความเกลียดไม่ได้ แต่เมื่อเธอปฏิบัติจนมีสติมากขึ้น จากหยาบ มันก็เริ่มเข้าสู่ความละเอียดมากขึ้น เธอมีสติเริ่มระงับได้ จากความโกรธ ความเกลียด การแบ่งแยก เธอเริ่มมองเห็นมันและประหารมัน กิเลสมันจึงลดลงได้ เมื่อสติถี่ขึ้น ละเอียดขึ้น การรู้ตัวทั่วพร้อมก็ละเอียดมากขึ้น และนั่นมันก็ไม่จำเป็นต้องไปนั่งแบ่งหรืออธิบายว่านั่นคือมหาสติหรืออย่างไร และไม่จำเป็นต้องวัดว่ามันคือปริมาณหรือคุณภาพ
วันหนึ่งเธอโดนใครชี้หน้าด่าแล้วเจ็บใจ วันต่อมาเธอโดนชี้หน้าด่าเหมือนกัน แต่เธอหลุดพ้นไปแล้ว เธอจำเป็นที่จะต้องบอกย้อนไปอธิบายมันมั้ยว่านั่นคือปริมาณ หรือคุณภาพ? หรือจำเป็นต้องนิยามมั้ยว่า สภาวะนี้นั่นคือมหาสติเข้าให้แล้ว เอาแค่การที่เธอรู้ว่า “ทุกข์มันหมด ก็เพราะตัวตนมันหมด ความยึดมั่นมันหมด เหตุแห่งทุกข์มันหมด ผลมันจึงไม่เกิด” แค่นี้แล้วหยุดปรุงต่อก็ไม่เกิดเหตุต่อไปอีกแล้ว
เหมือนกับธงที่สะบัดอย่างที่ว่า ครั้งหนึ่งเธอมองธงที่สะบัดก็รู้ว่ามันสะบัด ต่อมาเธอก็มองธงอันนั้นอีก แต่นั่นมันไม่ใช่ธงสำหรับเธอแล้ว และมันก็ไม่จำเป็นต้องไปนิยามอะไรให้กับมัน ก็แค่รู้มันต่อเนื่องไปอย่างเป็นธรรมชาติเถอะ เพราะสิ่งๆ นั้นมันไม่มี มันไม่มีใคร และมันก็ไม่ใช่ใคร และมันก็ไม่จำเป็นต้องไปนิยามใดๆ ขอแค่เธอรู้อยู่ตรงนี้ รู้อย่างมีปัญญา
จิตมันตั้งหน้าตั้งตาสู่การพ้นสมมติ ก็จงอย่าไปสมมติมันเลย จงพิจารณา