ถาม ทำไมเราถึงไม่เผยแผ่ศาสนาพุทธที่ถูกต้องกันออกไป ทำไมเวลาที่เราเห็นการปฏิบัติตนอย่างงมงาย เช่น การทำพิธีอะไรบางอย่าง หรือพิธีกรรมพิธีการบางอย่างที่เห็นอย่างชัดแจ้งว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิหรือก็เป็นความคิดเห็นที่ผิด อย่างเช่น การทำพิธีบางอย่างโดยการนำของพระสงฆ์บ้าง แต่ก็ยังไม่มีใครทำอะไร และก็บอกว่านี่คือพุทธศาสนา ในกรณีอย่างนี้และในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราควรจะทำอย่างไรเพื่อที่จะเผยแผ่พุทธศาสนา เผยแผ่คำสอนที่ถูกต้องออกไป
ตอบ เราต้องเข้าใจว่าพิธีกรรมบางอย่างนั้นล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการใดก็การหนึ่ง แต่การนั้นจะสอดคล้องกับจุดหมายของพุทธศาสนาหรือเปล่านั้น จะต้องนำมาพิจารณา เพราะพิธีกรรมพิธีการบางอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมๆ นั้น เกิดขึ้นในหมู่พวกๆ นั้น หรือเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มๆ นั้น มันอาจจะยังจำเป็นสำหรับพวกเขาอยู่ แต่ถ้าเราพิจารณาดูแล้วว่ากิจกรรมอย่างนั้นไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติของเรา ก็ควรที่จะวางเฉยและเดินหน้าค้นหาหนทางปฏิบัติธรรมต่อไป... เพราะเรื่องของการปฏิบัติธรรม เรื่องของการหลุดพ้น เรื่องของการยุติวัฏสงสารนั้นมันไม่ได้อยู่ที่สังคมภายนอกว่าเขาทำอะไรกันอยู่ แต่มันอยู่ที่จิตของเรานั้นยังคิดเห็นผิดอยู่หรือเปล่า
จะว่าไปแล้ว พูดง่ายๆ เลยก็คือ บางครั้ง เราเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดิ้นรนไปกับกิจกรรมหรือพิธีกรรมพิธีการทั้งหลาย ใครสร้างเหตุอะไรไว้ ผลที่ได้ก็ย่อมได้กลับมาอย่างนั้น ใครสร้างเหตุที่พาให้เกิดความโลภโดยไม่รู้ตัว หรือพาให้หลงโดยไม่รู้ตัว ผลที่ได้ก็ยังคือความหลงอยู่นั่นเอง ดังนั้น เหตุสร้างไว้อย่างไร มันก็ส่งผลออกมาอย่างนั้นอยู่แล้ว สิ่งต่างๆ ที่มีปรากฏขึ้นมาในวันนี้ ในวันนี้ที่พวกเขาทำกิจต่างๆ กันอย่างหลงงมงายก็ดี การที่คนกลุ่มนั้นกำลังยึดถืออะไรบางอย่างกันอย่างงมงายก็ดี นั่นก็เป็นเพราะเหตุคือพวกเขาไม่ได้คิดสร้างเหตุให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งมิใช่หรือ นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาอาจจะยังค้นหาไม่พบ หรือยังไม่ได้ถูกสะกิดแรงๆ ก็เป็นได้ ดังนั้น นั่นเป็นเรื่องของพวกเขา เราพักเอาไว้ก่อน
ส่วนการเผยแผ่หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ หรือวิธีการว่ายน้ำ ก่อนอื่น เธอจะต้องว่ายน้ำให้ได้เสียก่อน เมื่อว่ายน้ำเป็นแล้วจึงแสดงวิธีการว่ายน้ำหรือร่วมยืนยันถึงวิธีการว่ายน้ำในวิธีต่างๆ หลายๆ จริตนิสัยการฝึกว่ายน้ำ เพื่อที่จะได้แนะนำวิธีการว่ายน้ำให้ผู้อื่นได้ว่ายเป็นต่อไป....
แต่ถ้าหากเธอว่ายน้ำไม่เป็น ยังไม่เห็นขอบสระ การชี้แจง การอธิบายก็อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ เพราะแสดงให้เห็นไม่ได้ คำว่า การแสดงให้เห็นนั้นไม่ใช่ว่าจะต้องออกท่าทางให้ดู แต่แค่ชี้แจงด้วยเหตุและผลที่แยบคายเพื่อให้ผู้รับฟังเกิดปัญญา อย่างหากเกิดวันใดวันหนึ่ง เธอได้พบใครสักคนหนึ่งที่กำลังอาบน้ำในแม่น้ำโดยเชื่อว่านี่คือการล้างบาป เธอเข้าไปชี้แจงให้เข้าใจ แต่หากเขาไม่ฟัง นั่นก็เรื่องของเขา มันไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว.....
แต่ถ้าหากว่าเธอนั้นไม่เข้มแข็งในความคิดเห็นที่ถูกต้อง เมื่อเธอเข้าไปถามชายคนนั้นที่อาบน้ำในแม่น้ำ เธออาจจะถูกเขาชวนให้มาอาบเพื่อล้างบาปด้วยกัน ถ้าหากตัวเธอนั้นยังเต็มไปด้วยความสงสัยและยังมองไม่เห็นของบสระ ยังมองไม่เห็นทุกข์ ยังไม่เห็นสมุทัย ยังไม่เห็นอริยสัจจ์ เดี๋ยวก็เบ้ตามๆ กันไปจนแตกดับเสียโอกาสไปอีกชีวิตนึง หรือพอเห็นหลายๆ คนเริ่มทำตามๆ กันอย่างนั้น เดี๋ยวก็เฮกันไปเป็นกลุ่มเป็นหมู่โดยปราศจากการไตร่ตรอง...
ดังนั้น ต่อให้คนเกือบค่อนประเทศเฮกันไปลงอาบน้ำในแม่น้ำสายหนึ่งเพราะเชื่อว่ามันจะช่วยให้หายบาปได้ ถ้าหากเธอมีปัญญาหลุดพ้นได้ มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอนเอียงไปตามพวกเขาหรือไปฉุดให้พวกเขาขึ้นมาทั้งหมดทุกๆ คนก็ได้ พวกเขาจะขึ้นมาเองถ้าพวกเขาพร้อม
และในการชี้แจงและอธิบายเรื่องเหล่านี้อาจจะเกินกำลังในการเปลี่ยนความคิดเห็น บางคนบางหมู่มีความเหนียวแน่นในความคิดเห็นเหลือเกินจนยากที่จะอธิบาย บางคนบางหมู่ก็มีอายุมาก อายุมากขึ้นก็เกทับผู้ที่มีอายุน้อยบ้าง บ้างก็มีพวกพ้องที่คิดเห็นไปในทางเดียวกันจนทิฏฐิมานะสูงและเหลือวิสัยที่จะเรียกให้หันกลับมาฟังได้ ดังนั้น ในการเผยแผ่คำสอนของพุทธศาสนา เมื่อพูดอธิบายหรือเทศน์ออกไป ผู้ที่ไม่พร้อมฟังและยังใคร่ที่จะยึดมั่นอยู่อย่างเดิมจึงเอามืออุดหูและเดินจากไป ก็เหลือแต่ผู้ที่พร้อมที่จะศึกษาและพร้อมที่จะฟัง เหลืออยู่ก็แต่ผู้ที่มีความสงสัยใคร่รู้ พวกเขาเหล่านี้เปรียบเสมือนบัวที่ปริ่มน้ำ พวกเขาเหล่านี้พร้อมเปิดใจรับฟังและรับไปพิจารณาค้นหาคำตอบที่สูงขึ้นไปเพื่อยุติการเวียนว่ายเวียนเกิด
ในฐานะของผู้ปฏิบัติ หากเธอได้พบกับความสุขอันเกิดจากจิตที่ลดพยศแล้ว เธออยากให้คนอื่นๆ เข้ามาปฏิบัติด้วย อยากให้คนอื่นๆ ที่เดินอยู่ตามถนน อยากให้คนอื่นๆ ที่เขากินเหล้าเมายา อยากให้คนอื่นๆ ที่เขาปล่อยเวลาไปวันๆ กับการเที่ยวเตร็ดเตร่และใช้ชีวิตไปตามเรื่องตามราว เธอมองออกไปข้างนอกสิ มองไปยังเขาเหล่านั้น เธอเห็นเพื่อนร่วมโลกกำลังประมาทอยู่อย่างนั้น เธอเกิดความสังเวชและเวทนา ความปราถนาที่จะให้คนอื่นๆ เข้ามาในทางแห่งการดับทุกข์นี้ก็อาจจะเกิดความรู้สึกที่ว่าฉันอยากนำพาให้เขาพ้นจากทุกข์บ้าง..... ความรู้สึกอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้
แต่เธอเอ๋ย.... เธอจงมองดูเพื่อนร่วมโลกทั้งหลาย ตั้งสติแล้วกำหนดจิตให้มีสมาธิแน่วแน่ เธอจะหยั่งได้ถึงสิ่งที่เป็นกำแพงที่ขวางกั้นดั่งเช่นที่พระพุทธเจ้าได้หยั่งถึง ลองบอกซิ ถ้าหากเพื่อนร่วมทุกข์สุขเหล่านั้นไม่ถึงพร้อมด้วยตัวของพวกเขาเอง
ดูสิ พิจารณา เธอจะพบว่าสิ่งที่เธอควรกระทำเป็นอันดับแรกในฐานะชาวพุทธก็คือ จงสัมผัสรสหวานของส้มผลหนึ่งโดยการกินส้มผลนั้นเข้าไป สัมผัสรสชาติของมันให้รู้ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นแล้วค่อยยื่นผลส้มเหล่านั้นให้เพื่อนร่วมโลกต่อไป
ขออนุโมทนาแด่ผู้แสวงหาทางหลุดพ้น