ถาม. กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ
วันนี้ก่อนที่หนูจะมาพบคําตอบ อารมณ์นั้นมันหายไปแล้ว แม้ว่าจะคิดถึงเรื่องที่ทำให้เศร้า มันก็ไม่เศร้าทุกข์ระทมเหมือนเมื่อวานเลย มันแปลกมากๆนะคะ (แหะๆ อารมณ์แปรปรวนเร็วจริงๆเลย แต่หนูไม่ได้โกหกนะคะ เมื่อวานนี้หนูรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รู้สึกท้อถอยสุดๆ) แต่เช้านี้อารมณ์นั้นมันหายไปค่ะ แล้วหนูก็ลองคิดถึงเรื่องที่ทำให้หนูเศร้า มันก็ไม่ได้ทำให้หนูเศร้าเหมือนเมื่อวาน กลับกลายเป็นว่าโหย ทำไมเราไปเศร้าได้ไร้สาระอย่างนี้นะ มันไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยนี่นา (แต่เมื่อวานมันเป็นจริงๆ รู้สึกว่าเรื่องใหญ่มาก)
หนูรู้ตัวเลยว่าหนูไม่สามารถรับแรงกระแทกจากภายนอกได้ ใจมันแปรปรวนตาม ไม่สามารถเป็นหินผาได้ ต้องร้องไห้สักพัก สักวันสองวัน แล้วมันก็หายไป แต่ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้ ไม่อยากให้ใจวิ่งไปตามอารมณ์ที่มากระทบเลย เพราะบางทีทำอะไรไปตามอารมณ์ก็เกิดเรื่องใหญ่ให้มาแก้ทีหลัง พออารมณ์มันหายไปก็มารู้สึกผิด รู้สึกไม่น่าทำไปเลย แล้วมันแก้ยากกว่าอีก แต่ช่วงอารมณ์มันมาบางทีมันคุมไม่อยู่
พระอาจารย์คะ ถ้าเราเจอคนที่เราก็เกลียดเขา เขาก็เกลียดเรา ทำไงดี แต่ใจแบบว่าเกลียดมากเพราะในความรู้สึกเราคือ เขาทำไม่ดีกับเราไว้เยอะ จะให้ไปคืนดี ไม่เอาด้วยหรอก ไม่อยากยุ่งกับคนนิสัยไม่ดี(ในมุมมองของเรานะ) เราจะทำตัวเราเองอย่างไรดีคะ เพราะเจอหน้าทีไร โอ้โห โคตรเกลียดเลย อารมณ์นี้ไม่ได้หายเหมือนกับอารมณ์เศร้าแบบข้างต้น อันนี้เหมือนคนคนนี้เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์เกลียดออกมาได้ทุกครั้งที่เจอ ทั้งๆที่ต่างคนต่างไม่คุยไม่มองหน้ากัน เพราะเกลียดกันอ่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
ตอบ. เจอคนบางคนแล้วเกลียดหรือ ดีสิ มันจะได้เกิดเป็นบทเรียนให้ฝึกฝนอีก และเป็นสิ่งที่ช่วยสกัดไม่ให้เราหลงระเริงด้วย เจอสิดี เจอแล้วตั้งสติให้ดี สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบทเรียนทั้งนั้น ลองตั้งคำถามดูสิว่าเมื่อมันเกลียดสุดๆ เกลียดถึงที่สุดแล้วมันจะพาให้ไปทางไหน มันจะไปจบที่ใด ไม่อยากรู้เลยหรือไง ยิ่งมันออกมามากๆ ยิ่งดี มันจะได้เรียนรู้ทุกครั้งไปเมื่อเรามีสติเมื่อเราพร้อม ล่อให้มันออกมา ไปนั่งหน้าประตูที่มันออกเลยนะ เมื่อมันออกมา กิเลสนะ ความเกลียดนั้นน่ะ มันออกมาแล้ว ดูมัน วิจัยมัน เราจะทำลายมัน ทำให้กำแพงของการแบ่งแยกเขาเราออกไปโดยการวิจัยมันเข้าไป วิจัยมัน ทำลายต้นเหตุอันนั้นโดยดูซิว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะภายนอก หรือต้นเหตุนั้นอยู่ที่การที่เราเอาแต่ปรุงแต่งไปเอง...
จำได้มั้ย ธรรมชาติมันไม่ปรุงแต่ง มันมีการปรุงแต่งที่ไหนกัน มันมีแต่การไหลลื่นไปตามธรรมชาติ มีมั้ยที่เราจะเห็นนกพิราบตัวหนึ่งกำลังยืนด่านกพิราบอีกตัวหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่าฉันเกลียดนกพิราบอย่างแกที่สุดเลย มีมั้ย
เอาล่ะ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ปฏิบัติสำเร็จประโยชน์ได้นั่นก็คือ “ความเพียร” อาศัยความเพียรเข้าสิ... พยายามเข้าสิ อย่าลืมสิ่งนี้เด็ดขาด เราบางคนปฏิบัติธรรมมานาน อาจจะลืมสิ่งที่เรียกว่าความเพียรไป โดยหมายจะให้อะไรๆ มันเป็นอย่างที่คิดโดยไม่ได้พยายามสร้างเหตุเลย พยายามสิ พยายามกำจัดกิเลส พยายามมีสติ พยายามสำรวมให้มากๆ ตรงไหนที่มันไม่ต้องไปรับรู้ ก็พยายามละ พยายามปลีกตัว พยายามสำรวมให้มาก ไม่ใช่ว่าไม่พยายามสำรวม ไม่พยายามที่จะทำลายกิเลสเลยแล้วมาบอกว่าทำไมกิเลสฉันมันไม่หายๆๆๆๆ ทำไมฉันยังเกลียดๆๆๆ อยู่ได้อีก อ้าว....ก็ไม่สร้างเหตุให้มันหาย กิเลสมันจะหายมั้ยเล่า หือ???
อันว่าการสำรวมนั้น ไม่ใช่ว่า เราจะต้องอุดหูไม่ฟังใคร ปิดตาไม่เห็นไม่รับรู้อะไรเลยนะ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต้องไปทำงานทำการหาเงินถ้าจะให้การสำรวมนั้นต้องอยู่ในห้องแคบๆ เท่านั้น สำรวมในที่นี้ คือ จะทำอะไรก็ทำไป แต่จิตน่ะ ไม่ต้องปรุงแต่ง พยายามให้มีสติอยู่เสมอ เพราะหน้าทีการงานของคนเรามันต้องมี จะไปฟังอะไร ไปคุยงานอะไรกับใครๆ ก็ทำไปตามหน้าที่ตามความเหมาะสม แต่จิตน่ะ ไม่ต้องปรุงแต่ง มีสติอยู่เสมอ อยู่แต่กับงานปัจจุบันของตนเองโดยที่ไม่ต้องปล่อยจิตปล่อยใจให้ไหลหลงไปกับการปรุงแต่ง คือ สำรวมจิต เลิกปรุง และเลิกฟุ้ง
คอยดูแล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็หาย ไอ้อาการอย่างนี้น่ะ เดี๋ยวเดือนหน้าก็หาย เชื่อมั้ยล่ะ หรือไม่บางวันมันก็ไม่เกิดอาการอย่างนี้หรอก จริงมั้ย บางวันมันเกิดน้อย บางวันมันเกิดมาก บางครั้งอาจจะไม่มีเลย มาๆ ไปๆ ขึ้นๆ ลงๆ ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วล่ะก็ เราจะให้มันมามีผลกับเราทําไม หือ??? ................. เดี๋ยวดูสิ วันไหนไปทํากิจกรรมร่วมกัน เกิดไปเห็นความดีของเขาเข้า เดี๋ยวมันก็หาย และถ้ามันหายไปแล้ว ลองย้อนกลับมาพิจารณาในวันที่เกลียดๆ เขานี่นะ พิจารณาให้มันอายตัวเองกันไปเลยนะว่าไอ้ที่มันเป็นอย่างนี้ในวันนี้น่ะ มันเป็นเพราะอะไร เพราะมันก็แค่เรานั้นหลงติดอยู่กับมายาใช่มั้ย ติดอยู่แต่กับการปรุงแต่งนี่แหล่ะ เพราะอุปาทานมันมีในขันธ์ใช่มั้ย เห็นมั้ย เห็นอย่างนี้แล้ว อนาคตต่อไปในการปฏิบัติตนมันจะได้รู้ว่าจะต้องทําอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้อีก มันก็อีหรอบเดียวกันนี้น่ะแหล่ะ
จิตน่ะนะ มันก็เหมือนกับโดนหลอกอย่างนี้น่ะแหล่ะ อีหรอบเดิมๆ อย่างนี้แหล่ะ มันเป็นมานานแล้ว มันรอแต่วันที่จะฉลาดขึ้นเสียที