วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

จดหมายจากคุณภาจิรา #2

กราบนมัสการพระอาจารย์ภิกขุโย

โยมได้อ่านคำตอบของพระอาจารย์เรียบร้อยแล้วค่ะ ค่อย ๆละเลียดอ่าน และอ่านหลายเที่ยว พยายามซึมซับจากตัวอักษร และแปรให้เป็นความเข้าใจให้ถ่องแท้ให้ได้ เช้านี้มองดอกบัวในอ่างไม่สวยเหมือนเคย  ดอกนมแมวที่เคยหอมตอนหัวค่ำมันก็หมดกลิ่น เช่นเดียวกับการเวก แท้จริงไม่เคยมีไม้ดอกไม้หอมมาตั้งแต่แรก พี่ชายที่ป่วยไข้ ก็ไปเยี่ยมทุกวันเว้นวัน โดยไม่รู้สึกเหมือนตัวเองนอนป่วยอยู่ด้วยอีกแล้ว แต่เรื่องพี่ชายยังไม่มั่นใจว่า โยมปลงได้จริง ๆ หรือว่าเป็นกึ่ง ๆความยึดมั่น ว่าเรารักเขา และอยากให้เขาพ้นทุกข์ก็ไม่รู้ ต้องตามดูความคิดตัวเองอีกสักพักค่ะ

โยมหมดคำถามในขณะนี้แล้วค่ะ  ตอนนี้จะพยายามก้มหน้าก้มตาทำ เพือ"ให้สิ้นสงสัยด้วยตัวเอง"ในอนาคตถ้ามีปัญหาในการปฏิบัติที่แก้ไม่ตกด้วยตัวเอง  อาจจะต้องรบกวนพระอาจารย์อีกนะคะ

กราบขอบพระคุณอย่างสูง....ภาจิรา

ตอบ. เจริญพร ปฏิบัติไปเรื่อยๆ เถิด เจริญด้วยมรรค นําหน้าด้วยสัมมาทิฏฐิ พุทธภาวะหรือจิตเดิมแท้ที่ไร้การปรุงแต่งใดๆ นั้นก็อยู่ที่จิตนี้แหล่ะ เหมือนกับกระจก หากได้ปาดเอาฝ้าเอาฝุ่นออกไปแล้ว มันก็กระจ่างใส ดังนั้น ความกระจ่างใส่ของจิต จิตที่ไร้การปรุงแต่งมันก็อยู่ที่นี่ เหมือนกับพระองคุลีมาลซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโจร แต่เมื่อคิดถูกต้องก็หลุดพ้น ปิดอบาย ยุติการเวียนว่ายตายเกิดได้ ทั้งนั้นเพราะไม่ได้มองข้างนอก แต่แค่หลับตา หรือคลุมโปง แล้วหันมามองจิตตน ตามดูการปรุงแต่งทั้งหลายอย่างที่ไม่ได้เป็นเจ้าของมัน ความสงสัยจะค่อยๆ หายไปทีละน้อย หินก้อนใหญ่จะถูกยกออกไปจนเหลือแต่ก้อนเล็กๆ ก็ควานหาและหยิบมันออกไปทิ้งทีละก้อนๆ จนหมด อนุโมทนา